4.บทที่ ๒ กฎเกณฑ์การเรียงประโยค (วิกติกตฺตา, กิริยา)

     

    วิธีเรียงวิกติกตฺตา

           บทวิกติกตฺตาหรือบทที่นิยมแปลกันว่า “เป็น” และสัมพันธ์ เข้ากับกิริยาที่มาจาก ภู ทุ อสฺ ชนฺ ธาตุ เป็นบทที่มาจากนามบ้าง คุณนามบ้าง กิริยาบ้าง มีข้อควรทราบและวิธีการเรียง ดังนี้

           ๑. วิกติกตฺตาที่มาจากนาม คือ เป็นนามโดยกำเนิดใช้เป็นบท ประธานได้ เมื่อมาทำหน้าที่เป็นวิกติกตฺตาไม่ต้องเปลี่ยนไปตามนาม เจ้าของ คือให้คงรูปลิงค์ และวจนะเติมของตนไว้ เช่น

    • : อปฺปมาโท อมตํ ปทํ ฯ ไม่ใช่ อปฺปมาโท อมโต ปโท
    • : สจฺจํ เว อมตา วาจา ฯ ไม่ใช่ สจฺจํ เว อมตํ วาจํ

           ๒. วิกติกตฺตาที่เป็นคุณนามแท้ ต้องเปลี่ยนลิงค์ วจนะ วิภัตติ ไปตามรูปนามเจ้าของ คือ มีคติเหมือนเป็นวิเสสนะของนามนั้น เช่น

    • : โส ปิตุ ปิโย โหติ ฯ
    • : สา อภิรูปา โหติ ฯ

           ๓. วิกติกตฺตาที่มาจากกิริยากิตก์ซึ่งแจกด้วยวิภัตติได้ มีคติ เหมือนคุณนาม จึงต้องเปลี่ยนรูปไปตามนามเจ้าของ เช่น

    • : ปาโป ชาโตติ สามเณร ฯ
    • : ตฺวํ นฏฺฐาติ อมฺม ฯ
    • : อยํ มเหสกฺขาย เทวตาย ปริคฺคหิโต ภวิสฺสติ ฯ (๑/๓)

           ๔. วิกติกตฺตาที่มีบทเดียว ให้เรียงไว้หลังตัวประธานหน้ากิริยา ที่ตนสัมพันธ์เข้าด้วย เช่น

    • : เถโร “เอโส สปฺปุริโส ภวิสฺสตีติ จินฺเตตฺวา (๑/๑๗)
    • : ทีปินีปิ ตโต จุตา สาวตฺกิยํ กุลธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ (๑/๔๔)

           ๕. วิกติกตฺตาที่มีมาร่วมกันตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไป มีนามเจ้าของบท เดียวกัน นิยมเรียงไว้หน้ากิริยาเพียงตัวเดียว นอกนั้นให้เรียงไว้หลังกิริยา เช่น

    • : สาปิ ตโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ กมฺมนฺเต โอโลเกนฺตี ลาภคฺคปฺปตฺตา อโหสิ มหาปริวารา ฯ (๑/๔๙)
    • : เอกสฺมึ หิ สมเย เวสาลี อิทฺธา โหติ ผีตา พหุชฺชนา อากิณฺณมนุสฺสา ฯ (๗/๘๗)

           ๖. วิกติกตฺตา ที่มีบทประธานเป็นเอกวจนะหลายๆ บท และควบ ด้วย จ หรือ ปิ ศัพท์ นิยมประกอบเป็นพหุวจนะ รวมทั้งกิริยาด้วย เช่น

    • : พิมฺพิสาโร จ ปเสนทิโกสโล จ อญฺญมญฺญํ ภคินีปติกา โหนฺติ ฯ (๓/๔๗)

           ๗. วิกติกตฺตาที่เป็นอุปมา นิยมใช้กับ วิย ศัพท์ ไม่นิยมใช้กับ อิว ศัพท์ เช่น

    • : สุชาตา โถกํ อากุลา วิย หุตฺวา ฯเปฯ ปฏิวจนํ อทาสิ ฯ (๓/๘๒)

           ๘. วิกติกตฺตา ในประโยค กัมมวาจก และ ภาววาจก มีรูปเป็น ตติยาวิภัตติเท่านั้น และมีวิธีการเรียงเหมือนที่กล่าวแล้ว เช่น

    • : อสเฐน อมายาวินา  หุตฺวา กลฺยาณชฺฌาสเยน ภวิตพฺพํ ฯ (๑/๖๓)

           ๙. วิกติกตฺตา ตามปกติจะพบในรูปปฐมาวิภัตติ แต่วิกติกตฺตา ที่มาในรูปวิภัตติอื่นก็มี เช่น

    ในรูปทุติยาวิภัตติ : อถ นํ สา ฯเปฯ อาลิงฺคิตฺวา ปมตฺตํ หุตฺวา ปพฺพตนฺเต ฐิตํ
                           ปิฏฺฐิปสฺเส ฐตฺวา เอเกน หตฺเถน ขนฺเธ คเตฺวา.... (๔/๑๐๒)

    ในรูปตติยาวิภัตติ : ปุพฺพงฺคมาติ เตน ปฐมคามินา หุตฺวา สมนฺนาคตา ฯ (๑/๒๐)

    : อกุสีเตน ภวิตพฺพํ อารทฺธวิริเยนฯ (๑/๖๓)

    ในรูปฉัฏฐีวิภัตติ   : สกฺกสฺส  มหาลิ  เทวานมินฺทสฺส  ปุพฺเพ  มนุสฺสภูตสฺส
               
                สมานสฺส สตฺต วตฺตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ ฯ  
                           (๒/๙๖)

           วิธีเรียงวิกติกตฺตาดังกล่าวมานี้ เป็นแบบหลักทั่วไป แต่ในปกรณ์ แบบเรียนอาจมีนอกเหนือจากกฎนี้บ้าง ถ้าจำไม่ได้ ก็ขอให้ยึดวิธีที่ว่านี้ เข้าไว้ก่อน เป็นไม่ผิดแบบที่ว่านั้น เช่น

                   : สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏมฺพิโก อโหสิ อฑฺโฒ มหทฺธโน
                     มหาโภโค
    อปุตฺตโก ฯ (๑/๓)
    จะเรียงว่า    : สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏมฺพิโก อฑฺโฒ  อโหสิ มหทฺธโน ฯเป ดังนี้ก็ได้

                   : ตสฺเสกปุตฺตโก อโหสิ ปิโย  มนาโป ฯ (๑/๒๓)
    จะเรียงว่า    : ตสฺเสกปุตฺตโก ปิโย  อโหสิ มนาโป ฯ ดังนี้ก็ได้

     

    วิธีเรียงกิริยา

           ดังกล่าวมาแล้วในบทก่อนว่า กิริยาถือว่าเป็นส่วนสำคัญของ ประโยคคู่กับประธาน และกิริยานั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ

           ๑. อนุกิริยา หมายถึงกิริยาที่ แทรกอยู่ในระหว่างประโยค ได้แก่ กิริยาที่ประกอบด้วย ต อนฺต มาน และ ตูนาทิ ปัจจัย

           ๒. มุขยกิริยา หมายถึงกิริยาใหญ่ที่ทำหน้าที่คุมประโยค ได้แก่ กิริยาอาขยาตทั้งหมด และกิริยากิตก์ที่ประกอบด้วย ต อนีย ตพฺพ ปัจจัย ในกิริยา ๒ ประเภทนี้ มีหลักการเรียง ดังนี้

     

    วิธีเรียงอนุกิริยา

           ๑. เรียงไว้หลังประธาน ในประโยคธรรมดา โดยเรียงเป็นลำดับเรื่อยไป เช่น

    • : โส เอกทิวสํ นหานติตฺถํ คนฺตฺวา นหาตฺวา อาคจฺฉนฺโต (๑/๓)

           ๒. เรียงไว้หน้าประธาน โดยมากก็คือ ศัพท์ที่ประกอบด้วย “ตฺวา” ปัจจัย ที่แปลว่า “เพราะ, เว้น หรือ ครั้นแล้ว” เช่น สุตฺวา ทิสฺวา ฐเปตฺวา กตฺวา นิสฺสาย เป็นต้น เช่น

    • : อิทํ กิร ฐานํ ทิสฺวา ตถาคโต เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ฯ
    •   (๑/๑๓๗)
    • : อิทานิสฺส มํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ปฏิสรณํ นตฺถิ ฯ
    • : อาจริยํ เม นิสฺสาย ชีวิตํ ลทฺธํ ฯ

    และคือ ศัพท์ที่ประกอบด้วย ต อนฺต มาน ปัจจัย เช่น

    • : วฏฺฏํ ปน เขเปตฺวา ฐิโต ขีณาสโว คตทฺธา นาม ฯ (๔/๕๔)
    • : อากงฺขมาโน หิ ภควา หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ สุวณฺณนฺติ อธิมุจฺเจยฺย ฯ (๗/๑๖๐)
    • : สพฺพรตุตึ ปน ปธานํ ปทหนฺโต โยคาวจโร จ ธมฺมกถํ กเถนฺโต  ธมฺมกถิโก จ ฯเปฯ ชานาติ ฯ (๓/๑๐๙)

           ๓. เรียงไว้หลังกิริยาใหญ่ ในกรณีอนุกิริยาทำหน้าที่พร้อมกับ กิริยาใหญ่ หรือเป็นกิริยาอปรกาล แต่เป็นกิริยาที่รองไปจากกิริยาใหญ่ ซึ่งถืออิริยาบถใหญ่ เป็นประมาณ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นต้น เช่น

    • : ตสฺมึ สมเย สตฺถา ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก ฯเปฯ เชตวนมหาวิหาเร วิหรติ สคฺคมคฺเค จ โมกขมคฺเค จ ปติฏฺฐาปยมาโน ฯ (๑/๔)
    • : คจฺฉ ตาสํ ทตฺวา
    • : โส เถโร ธมฺมาสเน นิสีทิ จิตฺตวีชนึ คเหตฺวา

           ๔. เรียงไว้หน้ากิริยาใหญ่  ในกรณีใช้แทนปุริสสัพพนาม คือ ทำหน้าที่คล้ายประธานในประโยค เพราะไม่เรียงประธานไว้ด้วย และ อนุกิริยาเช่นนี้ มักมีศัพท์ว่า นาม กำกับไว้ด้วย เช่น

    • : เทาทตฺโต กุหึ นิสินฺโน วา ฐิโต วาติ ปุจฺฉนฺโต นาม นตฺถิ ฯ (๑/๑๒๙)
    • : อหนฺติ วา อหนฺติ วา วทนฺโต นาม นาโหสิ ฯ (๔/๙๘)

     

    วิธีเรียงมุขยกิริยา

           ๑.เรียงไว้ท้ายประโยค ในประโยคธรรมดาทั่วๆ ไป ดังตัวอย่าง ทั้งหลายที่แสดงมาแล้ว

           ๒. เรียงไว้ต้นประโยค ในกรณีพิเศษดังต่อไปนี้

               ๒.๑ ในประโยคคำถาม ซึ่งไม่มี กึ ศัพท์อยู่ด้วย มีคติใช้ แทน กึ เช่น

       : ทิฏฺโฐ โข ภนฺเต ภควตา สกฺโก เทวานมินฺโท ฯ (๒/๙๔)

       : อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร ฯ

        ๒.๒ ในประโยคบังคับ เช่น
               : คจฺฉ ตฺวํ อาวุโส ฯ
               : เอหิ ตาต ปิยปุตฺต ฯ

        ๒.๓ ในประโยคอ้อนวอน เช่น

    •         : ติฏฺฐถ ตาว ภนฺเต, กิจฺจํ เม อตฺถิ ฯ (๑/๑๔)
    •         : อาคเมตุ ภนฺเต ภควา ธมฺมสฺสามิ ฯ (๑/๔๑)

        ๒.๔ ในประโยคเตือน – ชักชวน เช่น

    •         : ปสฺสถิทานิ อาวุโส เถรสฺส อโนมคุณตฺตํ ฯ (๔/๖๗)
    •         : ปสฺสถ ภิกฺขเว สกฺกํ เทวานมินฺทํ อุทานํ อุทาเนตฺวา อากาเสน อาคจฺฉนฺตํ 
                ฯ (๓/๘๔)

        ๒.๔ ในประโยคสงสัยเชิงถาม  เช่น

    •         : สกฺขิสฺสติ นุ โข เม สงฺคหํ กาตุํ โน ?

         ๒.๖ ในประโยคห้าม หรือ คัดค้าน เช่น

    •         : โหตุ อุปาสก น มยฺหํ อิมินา อตฺโถฯ
    •         : อลํ อยฺย, มม มาตุ ภายามิ, คมิสฺสามาหํ ฯ (๓/๓๘)

        ๒.๗ ในประโยคปลอบใจ เช่น

    •         : โหตุ มา จินุตยิ, วฏฺฏสฺเสเวส โทโส ฯ

        ๒.๘ ในประโยคให้พร เช่น

    •         : ภวตุ สพฺพมงคลํ รกฺขนฺตุ สพฺพเทวตา ฯ

        ๒.๙ ในประโยคเน้นความ เช่น

        ความตั้งใจ : ปพฺพชิสฺสาเมวาหํ ตาต ฯ (๑/๗)

        ความดีใจ : นิปฺผนฺนํ โน กิจฺจํ ฯ

      : อญฺญาสิ วตโภ โกณฺฑญฺโญ ฯ

        ความตกใจ : นตฺถิ เม อิทานิ ชีวิตํ ฯ

        ความยืนยัน : ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ (๑/๑๑๑)

        ๒.๑๐ ในประโยคแสดงความมั่นใจ  เช่น

    •          : ลเภยฺยาม มยํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, ลเภยฺยาม อุปสมฺปทํ ฯ
                 (๑/๘๖)

           ประโยคที่วางกิริยาไว้ข้างต้นนี้ ถ้าเป็นประโยคสั้นๆ และใน ประโยคนั้น จะต้องวาง ต สัพพนามในรูปทุติยาวิภัตติด้าย นิยมให้ ทุติยาวิภัตตินั้นมีรูปเป็น นํ หรือ เน แล้ววางไว้หลังกิริยา และเป็นตัวสุดท้ายในประโยค เช่น

    • : ตาต ยํ อิมสฺมึ กุเล ฯเปฯ สพฺพนฺตํ ตา ภาโร, ปฏิปชฺชาหิ นนฺติ ฯ (๑/๖)

           จะเรียงว่า ตํ ปฏิปชฺชาหีติ ก็ได้แต่ไม่นิยม และไม่นิยมเรียง ว่า ปฏิปชฺชาหิ ตนฺติ ฯ

    • : กีทิโส นุ โข โส, ปสฺสิสฺสาม นนฺติ ฯ (๒/๓๙)

           จะเรียงว่า ตํ ปสฺสิสฺสามาติ ก็ได้แต่ไม่นิยม และไม่นิยมเรียง ว่า ปสฺสิสฺสาม ตนฺติ ฯ

     

    อ้างอิง

    พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙,ราชบัณฑิต). คู่มือ วิชาแปลไทยเป็นมคธ ป.ธ.๔-๙ วิชาแต่งไทยเป็นมคธ ป.ธ.๙. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : บริษัท ฟองทองเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, ๒๕๔๔.

    © 2015 Your Company. All Rights Reserved. Designed By JoomShaper

    Search