๑๘ เกณฑ์การเรียงประโยค

    อ้างอิงจากหลักการแปลไทยเป็นมคธสำหรับชั้นป.ธ.๔-๕ โดยพระธรรมกิตติวงศ์(ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙)

     

    ๑๘ เกณฑ์การเรียงประโยค

    ๑ วิธีเรียงปฐมาวิภัตติ    
    ๒ วิธีเรียงทุติยาวิภัตติ        
    ๓ วิธีเรียงตติยาวิภัตติ    
    ๔ วิธีเรียงจตุตถีวิภัตติ    
    ๕ วิธีเรียงปัญจมีวิภัตติ    
    ๖ วิธีเรียงฉัฏฐีวิภัตติ    
    ๗ วิธีเรียงสัตตมีวิภัตติ        
    ๘ วิธีเรียงอาลปนะ        
    ๙ วิธีเรียงวิเสสนะ        
    ๑๐ วิธีเรียงวิกติกัตตา        
    ๑๑ วิธีเรียงกิริยา        
    ๑๒ วิธีเรียงกิริยาปธานนัย        
    ๑๓ วิธีเรียงกิริยาวิเสสนะ        
    ๑๔ วิธีเรียงประโยค สักกา        
    ๑๕ วิธีเรียงประโยคอนาทร        
    ๑๖ วิธีเรียงประโยคลักขณะ        
    ๑๗ วิธีเรียงนิบาต        
    ๑๘ วิธีเรียงปัจจัยในอัพยยศัพท์

    ๑ วิธีเรียงปฐมาวิภัตติ

    ๑ ในประโยคกัตตุ/เหตุกัตตุวาจก ให้เรียงไว้ต้นประโยค
    ๒ ในประโยคกัมม/เหตุกัมมวาจก ให้เรียงไว้หลังอนภิหิตกัตตา ( ถ้ามีตัวอนภิหิตกัตตา )        
    ๓ ถ้ามีนิบาตต้นข้อความ/กาลสัตตมี/ศัพท์ขยายกิริยาบางศัพท์/บทขยายประธาน ให้เรียงไว้หลังบทนิบาตเป็นต้นเหล่านั้น

    ๒ วิธีเรียงทุติยาวิภัตติ

    ๑ เรียงไว้หน้ากิริยาที่ตนขยายและสัมพันธ์เข้าด้วย
    ๒ ถ้าบททุติยาวิภัตติมาร่วมกันหลายบทมีหลักการเรียงดังนี้
               ซึ่ง - สู่                           ยัง - ซึ่ง                          
               สิ้น ,ตลอด - ซึ่ง                ซึ่ง - ให้เป็น,ว่าเป็น                กะ,เฉพาะ - ซึ่ง

    ๓ วิธีเรียงตติยาวิภัตติ

    ๑ มาโดดๆ ขยายบทใดเรียงไว้หน้าบทนั้น    
    ๒ มาคู่กับทุติยาวิภัตติให้เรียงไว้หน้าทุติยาวิภัตติ    
    ๓ ขยาย กึ และ อลํ ให้เรียงไว้หลัง และไม่ต้องมีกิริยาคุมพากย์            
    ๔ เข้ากับ ปูรฺ ธาตุ นิยมเรียงเป็นรูปฉัฏฐีวิภัตติ    
    ๕ อนภิตกัตตา นิยมเรียงไว้หน้าประธานมากกว่าเรียงไว้หลัง            
    ๖ อิตฺถมฺภูตนาม เรียงไว้หลังตัวประธาน อิตฺถมฺภูตกิริยา เรียงไว้หน้าหรือหลังอิตฺถมฺภูตนามก็ได้    
    ๗ สหตฺถตติยา เรียงไว้หน้า สทฺธึ แต่เรียงไว้หลัง สห

    ๔ วิธีเรียงจตุตถีวิภัตติ

    ๑ ขยายบทใดเรียงไว้หน้าบทนั้น        
    ๒ ถ้ามาคู่กับทุติยาวิภัตติ/สัตตมีวิภัตติ มีหลักการดังนี้        
             แก่ - ซึ่ง      สู่ - เพื่อ     ใน - เพื่อ

     ๕ วิธีเรียงปัญจมีวิภัตติ

    ๑ ขยายบทใดให้เรียงไว้หน้าบทนั้น    
    ๒ มาร่วมกับบททุติยาวิภัตติ เรียงไว้หน้าหรือหลังก็ได้    
    ๓ เรียงไว้หลังนิบาตเหล่านั้นยาว วินา อญฺญตรและอาราเรียงไว้หน้านิบาตเหล่านี้ อุทฺธํ นานา ปฏฺฐาย    
    ๔ เรียง ยสฺมา ตสฺมา กสฺมา กึการณา ไว้ต้นประโยคแต่ กสฺมา ให้เรียงไว้หลัง อถ เป็น อถกสฺมา ..

    ๖ วิธีเรียงฉัฏฐีวิภัตติ

    ๑ ขยายบทใดให้เรียงไว้หน้าบทนั้น    
    ๒ โว โน เนสํ ที่ใช้เป็นนิทธารณะ ถ้ามีบทอื่นนำหน้าอยู่แล้วเรียงปกติธรรมดาถ้าไม่มีให้เรียงไว้หลัง นิทธารณียะ

    ๗ วิธีเรียงสัตตมีวิภัตติ

    ๑ ขยายบทใดให้เรียงไว้หน้าบทนั้น    
    ๒ มาร่วมกับบทอวุตฺตกมฺม เรียงไว้หน้า    
    ๓ กาลสัตตมีที่บอกกาลใหญ่ครอบทั้งประโยคและมาจากอัพยยศัพท์ให้เรียงไว้ต้นประโยค
    ๔ กาลใหญ่ ให้เรียงไว้หน้ากาลย่อยตามลำดับ ( สมัย - ปี - เดือน - วัน - เวลา )        
    ๕ วิสยาธาร บ่งที่อยู่แคบๆ วางไว้หน้าบทที่ตนขยาย บ่งที่อยู่กว้างๆ คลุมทั้งประโยค วางไว้ต้นประโยค

    ๘ วิธีเรียงอาลปนะ 

       ( อยู่ในประโยคเลขในเท่านั้น )
    ๑ เป็นประโยคบอกเล่าเรียงไว้ต้นประโยค    
    ๒ เป็นประโยคแสดงความประสงค์ หรือประโยคคำถาม หรือต้องการเน้นข้อความนิยมเรียงไว้สุดประโยค
    ๓ อาลปนนิบาต  มาคู่  อาลปนนาม  เรียงอาลปนนิบาตไว้หน้า    

    ๙ วิธีเรียงวิเสสนะ

       ( ปรุงศัพท์ให้มีลิงค์ วจนะ วิภัตติเหมือนกับบทที่ตนขยาย )
    ๑ สามัญวิเสสนะ ( คุณนาม/สัพพนาม/ศัพท์ที่ปรุงมาจาก ต อนฺต มาน ปัจจัย )ให้เรียงไว้หน้า บทที่ตนขยาย
    ๒ วิสามัญวิเสสนะ ( เป็นวิเสสนะแสดง ยศ ตำแหน่ง ตระกูล หรือความพิเศษที่ไม่ทั่วไป )  ให้เรียงไว้หลัง  บทที่ตนขยาย            
    ๓ ถ้านามตัวที่ตนขยายมีหลายศัพท์  ให้ประกอบวิเสสนะมีลิงค์ วจนะ วิภัตติ เหมือนกับนามตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด    
    ๔ ถ้านามที่จะขยายมีหลายศัพท์  และประกอบด้วย จ หรือ ปิ ศัพท์  ให้ประกอบศัพท์ วิเสสนะเป็นพหูพจน์เสมอ    
    ๕ ถ้าในประโยคนั้น มีวิเสสนะหลายศัพท์  ให้เรียงลำดับก่อนหลัง ดังนี้ อนิยม  -  นิยม  -  คุณนาม  -  สังขยา  -  นาม    
    ๖ วิเสสนะที่ประกอบด้วย ต อนฺต มาน ปัจจัย ในวิภัตติต่างๆ เว้นปฐมาวิภัตติ   จะเรียงไว้หน้า หรือหลัง บทที่ตนขยายก็ได้  แต่นิยมเรียงไว้หลัง พร้อมกับข้อความที่สัมพันธ์เข้ากับตนทั้งหมด        
    ๗ วิเสสนะที่ประกอบด้วย อนฺต มาน ปัจจัย ที่ทำหน้าที่ขยายบทประธาน    
                  ในประโยคกัตตุวาจก  นิยมเรียงไว้หน้าบทประธาน    
                  ในประโยคกัมมวาจก  นิยมเรียงไว้หลังบทประธาน

    ๑๐ วิธีเรียงวิกติกัตตา

       ( สัมพันธ์เข้ากับกิริยาที่มาจาก  ภู หุอฺส ชา ธาตุ )
    ๑ วิกติกตฺตานาม คงลิงค์ วจนะ ของตนไว้    
    ๒ วิกติกตฺตาคุณนามแท้ ต้องเปลี่ยน ลิงค์ วจนะ วิภัตติ ไปตามรูปนามเจ้าของ            
    ๓ วิกติกตฺตาที่มาจากกิริยากิตก์ มีคติเหมือนคุณนาม ต้องเปลี่ยนรูปไปตามนามเจ้าของ        
    ๔ วิกติกตฺตา มีบทเดียว  เรียงไว้หลังประธาน หน้ากิริยาที่ตนสัมพันธ์เข้าด้วย            
    ๕ วิกติกตฺตา ที่มาร่วมกันตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไป มีนามเจ้าของบทเดียวกัน นิยมเรียงไว้หน้ากิริยาเพียงตัวเดียว นอกนั้นเรียงไว้หลังกิริยา        
    ๖ วิกติกตฺตา ที่มีบทประธานเป็นเอกวจนะหลายๆบท และควบด้วย จ หรือ ปิ ศัพท์  นิยมประกอบเป็นพหุวจนะ  รวมทั้งกิริยาด้วย        
    ๗ วิกติกตฺตา ที่เป็นอุปมา นิยมใช้กับ วิย ศัพท์ ไม่นิยมใช้กับ อิว ศัพท์                
    ๘ วิกติกตฺตา ในประโยคกัมมวาจกและภาววาจก มีรูปเดิมเป็นตติยาวิภัตติเท่านั้น            
    ๙ วิกติกตฺตา ตามปกติจะพบในรูปปฐมาวิภัตติ แต่ที่มาในรูปวิภัตติอื่นก็มี        

    ๑๑ วิธีเรียงกิริยา

       ก อนุกิริยา (ต อนฺต มาน และ ตูนาทิปัจจัย)    
       ข มุขยกิริยา (กิริยาอาขยาตทั้งหมด และตอนียตพฺพ )        
        
        ก อนุกิริยา
    ๑ เรียงไว้หลังประธาน ในประโยคธรรมดา โดยเรียงเป็นลำดับเรื่อยไป                
    ๒ เรียงไว้หน้าประธาน  โดยมากก็คือศัพท์ที่ประกอบด้วย ตฺวา ปัจจัย ที่แปลว่า เพราะ / เว้น / ครั้นแล้ว ( เช่น สุตฺวา ทิสฺวา ฐเปตฺวา กตฺวา นิสฺสาย)  และ ศัพที่ประกอบด้วยต อนฺต มาน ปัจจัย    
    ๓ เรียงไว้หลังกิริยาใหญ่  ในกรณีอนุกิริยาทำหน้าที่พร้อมกิริยาใหญ่ หรือเป็นกิริยาอปรกาลแต่เป็นกิริยารองไปจากกิริยาใหญ่ ซึ่งถืออิริยาบถใหญ่เป็นประมาณ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน        
    ๔ เรียงไว้หน้ากิริยาใหญ่  กรณีใช้แทนปุริสสัพพนามคือทำหน้าที่คล้ายประธานในประโยคเพราะไม่เรียงประธานไว้ด้วย อนุกิริยา เช่นนี้ มักมีศัพท์ว่า นาม กำกับด้วย    
        
       ข มุขยกิริยา
    ๑ เรียงไว้ท้ายประโยค ในประโยคธรรมดาทั่วๆไป
    ๒ เรียงไว้ต้นประโยค ในกรณีพิเศษดังต่อไปนี้ ประโยคคำถาม / ประโยคบังคับ/ประโยคอ้อนวอน / ประโยคตักเตือน-ชักชวน /   ประโยคสงสัยเชิงถาม / ประโยคห้ามหรือคัดค้าน / ประโยคปลอบใจ / ประโยคให้พร /   ประโยคเน้นความ / ประโยคแสดงความมั่นใจ    

    ๑๒ วิธีเรียงกิริยาปธานนัย  ๓ ลักษณะ

       (กิริยาที่ประกอบด้วยตูนาทิปัจจัยโดยมากเป็น ตฺวา ปัจจัย ทำหน้าที่เป็นกิริยาคุมพากย์ในประโยค )
    ประธานเป็นพหุวจนะ +  กิริยา ตฺวา ปัจจัย + ประธานเอกวจนะ + กิริยาคุมพากย์เอกวจนะ + ประธานเอกวจนะ + กิริยาคุมพากย์เอกวจนะ    
    ประธานเป็นพหุวจนะ + อนุกิริยา + ประธานเอกวจนะ + กิริยา ตฺวา ปัจจัย + ประธานเอกวจนะ + กิริยา ตฺวา ปัจจัย + กิริยาคุมพากย์พหุวจนะ
    ประธานพหุวจนะ + กิริยาคุมพากย์พหุวจนะ + ประธานเอกวจนะ + กิริยา ตฺวา ปัจจัย + ประธานเอกวจนะ + กิริยา ตฺวา ปัจจัย

    ๑๓ วิธีเรียงกิริยาวิเสสนะ    

       ( มีรูปเป็นทุติยาวิภัตติ เอกวจนะเท่านั้น แต่ถ้าเป็นอัพยยศัพท์  ให้คงรูปเดิมไว้ )
    ๑ กิริยาวิเสสนะ ของกิริยาที่เป็นอกัมมธาตุ คือกิริยาที่ไม่มีบทอวุตฺตกมฺมอยู่ด้วยให้เรียงไว้หน้า ชิดกิริยา
    ๒ กิริยาวิเสสนะ ของกิริยาที่เป็นสกัมมธาตุ มีบทอวุตฺตกมฺม อยู่ด้วยจะเรียงไว้หน้าหรือหลังบทอวุตฺตกมฺม ก็ได้    
    ๓ กิริยาวิเสสนะ ที่คลุมตลอดทั้งประโยค นิยมเรียงไว้ต้นประโยค            

    ๑๔ วิธีเรียงประโยค สักกา    

       ( เป็นได้ทั้งกัมมวาจก และภาววาจก มักมี ตุํ ปัจจัย  รวมอยู่ในประโยคด้วย )
    ๑ เรียง สกฺกา ไว้หน้า ตุํ ปัจจัย  ( นิยมมากที่สุด )๒ เรียง สกฺกา ไว้หลัง ตุํ ปัจจัย        
    ๓ บทอนภิหิตกตฺตา  นิยมเรียงไว้หน้า ตุํ  ปัจจัย    
    ๔ บทประธาน ในประโยคกัมมวาจก นิยมเรียงไว้หน้า สกฺกา            
    ๕ สกฺกา  ถ้ามีกิริยาว่ามีว่าเป็น คุมพากย์อยู่ก็ทำหน้าที่เป็น วิกติกตฺตา  เข้ากับกิริยานั้น        
    ๖ สกฺกา ทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคได้บ้าง           

    ๑๕ วิธีเรียงประโยคอนาทร

       ( นามกับกิริยา มีรูปเป็น  ฉัฏฐีวิภัตติ แปล่ว่าเมื่อ )
    ๑ มุ่งจะกล่าวถึงเนื้อความตอนต้นกับตอนปลายให้สัมพันธ์กันโดยไม่ขาดตอน นิยมเรียงไว้ต้นประโยค หน้าประธาน            
    ๒ ถ้าเป็นเนื้อความแทรกเข้ามาลอยๆ แทรกเข้ามาตอนไหน ให้เรียงไว้ตอนนั้น    

    ๑๖ วิธีเรียงประโยคลักขณะ    

       ( นามกับกิริยา มีรูปเป็นสัตตมีวิภัตติ แปลว่าครั้นเมื่อ )
    ๑ มุ่งจะกล่าวถึงเนื้อความตอนต้นกับตอนปลายให้สัมพันธ์กันโดยไม่ขาดตอน นิยมเรียงไว้ต้นประโยค หน้าประธาน            
    ๒ ถ้าเป็นเนื้อความแทรกเข้ามาลอยๆ แทรกเข้ามาตอนไหน ให้เรียงไว้ตอนนั้น    

    ๑๗ วิธีเรียงนิบาต

        (แยกออกเป็น ๒ พวกใหญ่ๆ)
    ๑ นิบาตที่เรียงไว้ต้นประโยคได้  ได้แก่  นิบาตพวก สเจยทินนุอโห  ยาว  ตาว  ยถาเอวํหนฺทอถอถโข  อถวา  อปฺเปวนามเสยฺยถากิญฺจาปิ เป็นต้น            
    ๒ นิบาตที่เรียงไว้ต้นประโยคไม่ได้ ได้แก่นิบาตพวก  หิ  จ  ปน  กิรขลุสุทํ  นุ  เจ  โข ว  วา  ปิ  ตุ  เป็นต้น  
       ( จะเรียงไว้ต้นประโยคไม่ได้เด็ดขาด  ถือเป็นความผิดร้ายแรง ส่วนมากก็เรียงไว้เป็นตัวที่ ๒ )

        เพิ่มเติม

       การเรียงนิบาต มีข้อควรสังเกตุและระวังไม่ให้ผิดความนิยม คือ
    ๑ ปิ อปิ  ว  เอว  อิว  เหล่านี้  ให้เขียนติดกับบทที่ตนกำกับอยู่  และถ้าสนธิได้  ก็นิยมสนธิ        
    ๒ หิ  จ  ปน  เมื่อวางไว้หลังบทหน้า ที่ซึ่งลงท้ายด้วย  อํ  ( นิคคหิต ) นิยมสนธิกับบทนั้น  ไม่นิยมเรียงไว้โดดๆ            

                    
        วิธีเรียง  น  ศัพท์

    ๑ เมื่อปฏิเสธกิริยาอาขยาต  ให้คงรูปไว้  ไม่นิยมแปลงเป็น  อ  หรือ  อน ถ้าแปลงถือว่า  เป็นผิดร้ายแรง
    ๒ เมื่อปฏิเสธกับกิริยา  ตูนาทิปัจจัย  เช่น  ตฺวา ปัจจัย  เป็นต้น  และปฏิเสธ  อนฺต  มาน  ปัจจัย   นิยมแปลงเป็น  อ  หรือเป็น  อน        
    ๓ เมื่อปฏิเสธกิริยากิตก์  ที่คุมพากย์ได้  คือ  อนียตพฺพ  ต  ปัจจัย  จะแปลงหรือคงไว้ก็ได้    
    ๔ เมื่อปฏิเสธศัพท์นาม หรือ ศัพท์คุณนิยมแปลงเป็น  อ  หรือ  อน            
    ๕ เมื่อปฏิเสธกิริยาตัวใด  ให้เรียงไว้หน้ากิริยาตัวนั้น     
    ๖ เมื่อปฏิเสธทั้งประโยค  นิยมเรียงไว้ต้นประโยค
    ๗ เมื่อปฏิเสธกิริยาตั้งแต่  ๒ ตัว ขึ้นไป  น  ตัวแรก นิยมสนธิกับ เอว ศัพท์  เป็น เนว        
    ๘ เมื่อมาคู่กับกิริยาอาขยาต  ที่ขึ้นต้นด้วย สระ  หรือที่มีอักษร  อ  นำหน้า  เช่น  อกาสิ  อโหสิอาคจฺฉติ  เป็นต้น  นิยมสนธิกับกิริยานั้นเลย  หรือ  เมื่อมาคู่กับกิริยากิตก์  ที่ขึ้นต้นด้วยสระ   หากไม่แปลงเป็น  อน  ก็นิยมสนธิเข้าด้วยกัน            

        วิธีเรียง  จ  ศัพท์

    ๑ เมื่อควบบท  นิยมเรียงไว้หลังบทที่ควบทุกตัวไป  หรือจะเรียงไว้เฉพาะบทสุดท้ายก็ได้        
    ๒ เมื่อควบบทที่เป็นประธานเอกพจน์หลายบท  ในประโยค  ชึ่งมี กิริยาคุมพากย์  กิริยาระหว่างและวิกติกตฺตา  ร่วมกัน  มีอำนาจให้กิริยาเหล่านั้น  และวิกติกัตตานั้น เป็นพหูพจน์ได้   ( แต่ในกรณีอย่างนี้  ถ้าใช้กิริยากิตก์ เป็นกิริยาคุมพากย์  นิยมคงรูปกิริยานั้น เป็นเอกพจน์ และให้ลิงค์อนุวัตรตามบทประธานที่อยู่ใกล้ชิดกิริยาที่สุด )            
    ๓ เมื่อควบบทที่มีบทขยายหลายๆศัพท์ก็ดี  ควบพากย์ก็ดี  มีวิธีเรียงได้หลายแบบ  ดังนี้        
        ก เรียงไว้เป็นตัวที่ ๒ ของทุกตอนไป        
        ข เรียงไว้เป็นตัวที่ ๒ เฉพาะในตอนสุดท้าย    
        ค เรียงไว้ท้ายสุด  ของทุกตอน        
        ง เรียงไว้ท้ายสุดของตอนต้น  และเป็นที่ ๒ ของตอนสุดท้าย            
        ( การนับศัพท์ในประโยค ให้กันตัวประธานออกนอกวงเสียก่อน )            
    ๔ เมื่อมี จ ศัพท์ ควบหลายตัว  จ  ศัพท์ตัวแรกนิยมสนธิกับ เอว  เป็น  เจว  เหมือน  น ศัพท์    
    ๕ เมื่อ จ ศัพท์ มีหน้าที่ควบตัวประธานที่เป็นเอกพจน์ตั้งแต่ ๒ ขึ้นไป  นิยมประกอบกิริยาเป็น พหูพจน์    
    ๖ เมื่อ  จ  ศัพท์ ควบกับศัพท์ที่ลงท้ายด้วย  อํ  ( นิคคหิต ) นิยมสนธิกับศัพท์นั้น

        วิธีเรียง  วา  ศัพท์

    ๑ เมื่อควบบทหรือควบพากย์  นิยมเรียงเหมือน  จ  ศัพท์  เป็นพื้น  คือ  เมื่อควบศัพท์ไหนให้เรียงไว้หลังศัพท์นั้น  และให้เรียงไว้เป็นตัวที่ ๒ ของทุกตอน  เหมือน  จ  ศัพท์    
    ๒ เมื่อ  วา  ศัพท์ ควบตัวประธานที่เป็นเอกพจน์  ตั้งแต่ ๒ ศัพท์ขึ้นไป  ไม่ต้องเปลี่ยนกิริยาเป็นพหูพจน์เหมือน  จ  ศัพท์    

        วิธีเรียง  ปิ  ศัพท์

       ( เหมือน จ ศัพท์ หรือ วา ศัพท์ และใช้แทนศัพท์ทั้งสองนั้นได้  )
    ๑ เมื่อแปลกับศัพท์ไหน  ให้เรียงไว้หลังศัพท์นั้น
    ๒ ถ้าแปลว่า  ทั้ง  ,  ด้วย  ,  ก็ดี  มีคติเหมือน  จ  ศัพท์  และให้เรียงกิริยาเป็นพหูพจน์        
    ๓ ถ้าแปลว่า  บ้าง  มีคติเหมือน  วา  ศัพท์  และไม่ต้องเปลี่ยนกิริยาเป็นพหูพจน์                

        
        วิธีเรียง  สทฺธึ  และ  สห

    ๑ ศัพท์ที่ทำหน้าที่ขยาย  สทฺธึ  เรียงไว้หน้า
    ๒ ศัพท์ที่ทำหน้าที่ขยาย  สห  ให้เรียงไว้หลัง    
    ๓ ศัพท์ที่นิยมใช้กับ  สทฺธึ  ต้องเป็นศัพท์รูปธรรม  ( เป็นสิ่งมีชีวิต  มีรูปร่างปรากฏ )    
       ศัพท์ที่นิยมใช้กับ  สห  ต้องเป็นศัพท์นามธรรม  ( เป็นสิ่งไม่มีชีวิติ ไม่มีรูปร่างปรากฏ )        

        วิธีเรียง  ปฏฺฐาย  กับ  ยาว

    ๑ ศัพท์ที่ขยาย  ปฏฺฐาย  นิยมเรียงไว้หน้า ปฏฺฐาย และประกอบด้วย โต ปัจจัย            
    ๒ ศัพท์ที่ขยาย ยาว  นิยมเรียงไว้หลัง  ยาว และนิยมมีรูปเป็น ปัญจมีวิภัตติ  ที่ลงท้ายด้วย อา        
    ๓ ถ้า ปฏฺฐาย  กับ  ยาว  มาคู่กัน  ในประโยคเดียวกัน  และมีบทขยายด้วยกันทั้งคู่แปลเป็นสำนวนไทยว่า  ตั้งแต่  ,  จนถึง ,  จำเดิมแต่...   จนกระทั่งถึง นิยมเรียง  ท่อน ปฏฺฐาย  ไว้ข้างหน้า  เรียงท่อน  ยาว  ไว้ข้างหลัง  ส่วนบทขยาย  ก็เรียง   ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น            
    ๔ ยาว  ที่มาคู่กับ  ตาว  เป็น  ยาว - ตาว  ทำหน้าที่เชื่อมประโยคแปลว่า  จน  ,  จนกว่า  ,  จนถึง  ,  ตราบเท่าที่  ,  จนกระทั่ง  ,  ตลอดเวลาที่     ให้เรียงอย่างปกติ  คือเรียง  ยาว  ตาว  ไว้ต้นประโยค   จะเรียงประโยค  ยาว  ไว้ต้น  หรือ  หลังก็ได้  แล้วแต่ความ        

        วิธีเรียง  อิติ  ศัพท์

       ( แปลว่า ว่า , คือ , ด้วยประการฉะนี้ )
    ๑ ที่แปลว่า  ด้วยประการฉะนี้ , ด้วยอาการอย่างนี้  ให้เรียงไว้ต้นประโยค            
    ๒ ที่แปลว่า คือ  เป็นไปตามสำนวนไทย  ใช้ในกรณีที่มีเลขนอกเลขในโดยเลขนอกบอกจำนวนเต็มไว้  ส่วนเลขในภายในอิติ  บอกจำนวนย่อยไว้    
    ๓ ที่แปลว่า  ว่า  มีวิธีเรียงดังนี้            
          ประโยคเลขในหรือประโยคคำพูด  เมื่อเรียงจบประโยคข้อความแล้ว  ต้องใส่  อิติ  คุมท้ายประโยคทุกครั้ง  ถ้าไม่มีถือว่าผิด            
          ถ้าขยายนามเช่น  อตฺโถ  ให้เรียง อตฺโถ  ไว้หลัง    
         ถ้าขยาย  อนุกิริยา  หรือ  กิริยาในระหว่าง  ( อนฺต มาน  ตฺวา ปัจจัย ) ต้องเรียง   กิริยาเหล่านั้น ไว้หลัง  อิติ  ทั้งหมด จะเรียงไว้หน้าไม่ได้เด็ดขาด            
         ถ้าขยาย  กิริยาคุมพากย์  จะเรียงกิริยานั้น ไว้หน้าหรือหลัง อิติ  ก็ได้   แต่มีข้อสังเกตุอยู่ว่า  ในประโยคที่มีข้อความเลขในสั้นๆ นิยมเรียงกิริยาไว้หลัง ในประโยคที่มีข้อความเลขในยาวๆ นิยมเรียงกิริยาไว้ข้างหน้า อิติ

    ๑๘ วิธีเรียงปัจจัยในอัพยยศัพท์

    ปัจจัย ในอัพยยศัพท์  คือ  โต  ตฺรตฺถ  ห  ธ  ธิ  หึ  หํหิญฺจนํ  ว ที่ใช้ประกอบกับ  นามนามบ้าง  สรรพนามบ้าง  ได้รูปเป็น  ตโต  กุโต  เป็นต้น  เมื่อเรียงเข้าประโยค  นิยมใช้โดดๆ  มีรูปเป็นวิเสสนะ ไม่ต้องใส่นามที่ตนขยายมากำกับ แต่เวลาแปล ผู้แปลต้องโยคนามเอง               
        จำง่ายๆ            
        ใช้ปัจจัยในอัพยยศัพท์  ไม่ต้องมีนามกำกับ    ใช้สรรพนามต้องมีนามกำกับ    

    • Author: admin
    • Hits: 17803
    © 2015 Your Company. All Rights Reserved. Designed By JoomShaper

    Search